วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑

การประยุกต์ใช้ระบบ DSS

ตัวอย่างที่ 1. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกับกลยุทธ์ในการแข่งขัน

บริษัทไฟร์สโตน (Firestone Rubber & Tire) ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ได้พัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการออกแบบยางรถยนต์ยี่ห้อใหม่ ระบบช่วยให้นักวิเคราะห์มองเห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผลทางด้านการเงินในอดีตกับตัวแปรภายนอก เช่น จำนวนรถยนต์ที่ผลิตทั้งหมด ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศแล้วนำมาสร้างโมเดลในการพยากรณ์ขาย
ด้วยโมเดลต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบ ช่วยให้นักวิเคราะห์ของบริษัทไฟร์สโตน สามารถสร้างฐานข้อมูลที่บรรจุยางของคู่แข่งทั้งหมด 200 ยี่ห้อ รวมทั้งข้อมูลในการผลฺต แรงกด และปริมาณการขาย ซึ่งผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลในฐานข้อมูลนี้สำหรับการกำหนดกลยุทธ์ในการแข่งขัน ระบบช่วยให้องค์การสามารถนำเอาประเด็นด้านเทคโนโลยีมาผนวกกับด้านการเงินในการตัดสินใจที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และช่วยสนับสนุนให้มีการตัดสินใจร่วมกันของหน่วยงานตามหน้าที่ต่างๆ ในองค์การ
คำถาม
1. ผู้ใช้ระบบคือใคร
ตอบ นักวิเคราะห์ และผู้บริหารของบริษัทไฟร์สโตน
2. ท่านคิดว่าตัวแปรใดบ้างที่ควรอยู่ในโมเดลพยากรณ์การขาย
ตอบ มีอยู่ 2 ตัวแปรด้วยกัน คือ ตัวแปรภายนอก ได้แก่ จำนวนรถยนต์ที่ผลิตทั้งหมด ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ข้อมูลคู่แข่งขัน อัตราดอกเบี้ย จำนวนผู้บริโภค ราคา วัตถุดิบ เป็นต้น และตัวแปรภายใน ได้แก่ ข้อมูลในการผลิต การขาย ข้อมูลการเงิน และประมาณการขาย เป็นต้น

ตัวอย่างที่ 2: ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกับการบริหารการจัดส่งสินค้า

บริษัทซาน ไมเกล (San Miguel Corporation) ใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารการส่งสินค้า (Production Load Allocation) เพื่อส่งสินค้ากว่า 300 ชนิด เช่น นม เบียร์ และอื่นๆ โดยส่งไปทั่วหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ระบบดังกล่าวช่วยคำนวณความสมดุลระหว่างค่านำส่ง ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อ กับความถี่ในการนำส่งและปริมาณต่ำสุดในการส่งสินค้า รวมถึงการกำหนดจำนวนสินค้าแต่ละชนิดที่จะผลิตและการนำสินค้านั้นไปเก็บไว้ในคลังสินค้าต่างๆ ระบบนี้ช่วยให้บริษัทกำหนดแผนการผลิตที่เหมาะสมและสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าไว้ในคลังได้ถึง 180000 เหรียญสหรัฐต่อปี

คำถาม
1. จากตัวอย่างข้างต้นไม่มีการกล่าวถึงการใช้โมเดล ท่านคิดว่าระบบบริหารการส่งสินค้า
น่าจะจัดเป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจหรือไม่
ตอบ เป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เพราะระบบที่บริษัทซาน ไมเกล ใช้อยู่เป็นระบบที่ใช้การคำนวณความสมดุลต่างๆ รวมถึงการกำหนดจำนวนสินค้าที่จะผลิต และช่วยให้บริษัทกำหนดแผนการผลิตที่เหมาะสม
2. ข้อมูลใดที่ควรต้องนำมาประกอบการตัดสินใจว่าจะส่งสินค้าแต่ละชนิดไปเก็บไว้ที่คลังสินค้าต่างๆ เมื่อใด และจำนวนเท่าไร
ตอบ ระบบสามารถกำหนดจำนวนสินค้าแต่ละชนิดที่จะผลิตและการนำสินค้านั้นไปเก็บไว้ในคลังสินค้าต่างๆ ช่วยให้บริษัทกำหนดแผนการผลิตที่เหมาะสมและสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าไว้ในคลังได้ถึง 180000 เหรียญสหรัฐต่อปี

วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ย่อบทที่ 6

บทที่6
บทบาทของระบบสารสนเทศในองค์
บทนี้จะกล่าวถึงบทบาทของระบบสารสนเทศในองค์การ โดยเริ่มจากองค์การและสิ่งแวดล้อม ผลกระทบของสารสนเทศต่อองค์การ องค์การดิจิทัลและองค์การแบบเครือข่าย จากนั้นจะกล่าวถึงระดับของผู้ใช้ระบบสารสนเทศในองค์การ การแบ่งประเภทของระบบสารสนเทศ ลักษณะของระบบสารสนเทศอิงคอมพิวเตอร์แบบต่างๆ ลักษณะการประมวลผลข้อมูล รวมทั้งความสัมพันธ์ของระบบสารสนเทศแบบต่างๆ ในองค์การ
องค์การและสิ่งแวดล้อม
องค์การตามความหมายทางเทคนิค หมายถึง โครงสร้างทางสังคมอย่างเป็นทางการที่มีความมั่นคง โดยรับเอาทรัพยากรจากสิ่งแวดล้อมมาผ่านกระบวนการเพื่อสร้างหรือผลิตผลลัพธ์ คำจำกัดความด้านเทคนิคนี้จะเน้นองค์ประกอบขององค์การ 3 ส่วน คือ
1.ปัจจัยหลักด้านการผลิต
2.กระบวนการผลิต
3.ผลผลิต
ผลกระทบของระบบสารสนเทศต่อองค์การ
1.ลดระดับขั้นของการจัดการ
2.มีความคล่องตัวในการดำเนินงาน
3.ลดขั้นตอนการดำเนินงาน
4 .เปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการ
5.กำหนดขอบเขตการดำเนินงานใหม่
องค์การดิจิทัลและองค์การแบบเครือข่าย
ระบบอินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและส่งเสริมการพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการสร้างช่องทางการตลาด การขาย และให้การสนับสนุนลูกค้า
เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตสนับสนุนการทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และการเกิดขึ้นขององค์การแบบเครือข่าย ช่วยให้การแพร่กระจายข่าวสารไปยังบุคคลภายในและภายนอกได้ทันที องค์การสามารถใช้สารสนเทศนี้เพื่อปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจภายในและภายนอกได้
องค์การเสมือนจริง (Virtual Organization)
เป็นรูปแบบขององค์การใหม่ ซึ่งเป็นเครือข่ายขององค์การที่เชื่อมโยงกันด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อแลกเปลี่ยนทักษะ ลดต้นทุน สร้างและกระจายสินค้าและบริการ โดยไม่มีข้อจำกัดของสถานที่ตั้งขององค์การ
ลักษณะขององค์การเสมือนจริงมีดังนี้
1.มีขอบเขตขององค์การไม่ชัดเจน
2.ใช้เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม
3.มีความเป็นเลิศ
4.มีความไว้วางใจ
5.มีโอกาสทางตลาด
ระดับของผู้ใช้ระบบสารสนเทศ
บุคลากรที่ดำเนินงานในองค์การต่างๆ มีหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันออกไปตามลักษณะงานที่ได้รับมอบหมาย โดยทั่วไปแล้วการแบ่งประเภทของผู้ใช้ระบบสารสนเทศในองค์การ นิยมแบ่งตาม ระดับของการปฏิบัติงานหรือบริหารจัดการ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ระดับดังนี้
1.ผู้ปฏิบัติงาน เป็นบุคลากรที่ดำเนินงานด้านการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับบุคลากรฝ่ายต่างๆ
2.ผู้บริหารระดับปฏิบัติการ หรือที่เรียกว่า หัวหน้างาน ผู้บริหารระดับนี้จะทำหน้าที่ควบคุมและดูแลการดำเนินงานประจำวันของบุคลากรระดับปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
3.ผู้บริหารระดับกลาง เป็นผู้ที่กำกับการบริหารงานของผู้บริหารระดับปฏิบัติการ รวมทั้งวางแผนยุทธวิธีเพื่อให้การดำเนินงานขององค์การบรรลุเป้าหมาย นอกจากนี้ยังต้องทำหน้าที่ประสานงานกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อรับนโยบายแล้วนำมาวางแผนการปฏิบัติงาน
4.ผู้บริหารระดับสูง หรือ Executive Managers เป็นผู้ที่รับผิดชอบด้านการวางแผนกลยุทธ์ ในการกำหนดเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ขององค์การ ตลอดจนดูแลองค์การในภาพรวม
ประเภทของระบบสารสนเทศ ที่สำคัญ 3 ประเภท ดังนี้
1.ระบบสารสรเทศจำแนกตามประเภทธุรกิจ
2.ระบบสารสนเทศจำแนกตามหน้าที่ของงาน
3.ระบบสารสนเทศจำแนกตามลักษณะการดำเนินงาน
โดยทั่วไประบบสารสนเทศที่อิงคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็น 6 ประเภทดังนี้
1.ระบบสารสนเทศประมวลผลธุรกรรม เป็นระบบสารสนเทศประเภทแรกที่นิยมนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อการประมวลผลที่รวดเร็ว ลดค่าใช้จ่าย และปรับปรุงการให้บริการลูกค้า ระบบนี้ทำหน้าที่รวบรวม บันทึกข้อมูลในแฟ้มข้อมูล หรือฐานข้อมูล และประมวลผลข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมและการปฏิบัติงานประจำ ขององค์การเพื่อนำไปจัดทำระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนั้นๆ
2.ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ เป็นระบบสารสนเทศที่โดยปกติแล้วจะประมวลผลและสรุปผลจากแฟ้มข้อมูลหรือฐานข้อมูลจาก TPS เพื่อจัดทำสารสนเทศตามความต้องการของผู้บริหารสำหรับนำไปใช้ในการวางแผน ควบคุม กำกับดูแล สั่งการ และประกอบการตัดสินใจ
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการทำรายงานในรูปแบบที่แตกต่างกัน สามารถจำแนกได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้
1.รายงานที่จัดทำตามระยะเวลาที่กำหนด
2.รายงานสรุป
3.รายงานที่จัดทำตามเงื่อนไขเฉพาะ
4.รายงานที่จัดทำตามต้องการ
3.ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ลักษณะที่สำคัญของระบบนี้จะต้องเป็นระบบที่ให้สารสนเทศอย่างรวดเร็วต่อการตัดสินใจ เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาและกำหนดกลยุทธ์ ดังนั้นระบบจึงควรออกแบบในลักษณะที่โต้ตอบกับผู้ใช้เพื่อสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูล
4.ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระบบสูง เป็นระบบสารสนเทศที่ช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ปัญหา ผู้บริหารสามารถเข้าถึงสารสนเทศโดยกำหนดมุมมองได้ในรูปแบบต่างๆ จึงเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง
5.ปัญญาประดิษฐ์ เป็นความพยายามที่จะพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ให้สามารถปฏิบัติงานให้เหมือนกับมนุษย์หรือเลียนแบบมนุษย์
6.ระบบสารสนเทศสำนักงาน เป็นระบบสารสนเทศที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหาร
ระบบสำนักงานอัตโนมัติสามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภทคือ
1.ระบบจัดการเอกสาร
2.ระบบจัดการข่าวสาร
3.ระบบการทำงานร่วมกัน/ประชุมทางไกล
4.ระบบประมวลภาพ
5.ระบบจัดการสำนักงาน

วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

กรณีศึกษาบทที่ 4 (งานกลุ่ม)

กรณีศึกษาที่ 1 : การใช้เครือข่ายไร้สายของบริษัทเฮิร์ตซ์ (Hertz)

อุตสาหกรรมการให้เช่ารถยนต์ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันมาก และเฮิร์ตซ์ก็เป็นบริษัทที่ให้บริการการเช่ารถยนต์รายใหญ่ที่สุดของธุรกิจการเช่ารถ โดยให้บริการเช่ารถในหลายร้อยแห่งทั่วโลก และมีคู่แข่งที่สำคัญหลายสิบหลาย การแข่งขันจะเน้นที่การหาลูกค้าและการรักษาฐานลูกค้าเอาไว้
บริษัทเฮิร์ตซ์ได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่บริษัทจะมองหาและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้สนับสนุนในการแข่งขันทางธุรกิจ และเฮิร์ตซ์นับได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกในการนำคอมพิวเตอร์พกพามาประยุกต์ช่วยงานด้านต่างๆ ดังนี้

· การให้บริการเช่ารถยนต์ด้วยความรวดเร็ว
เมื่อมีการจองรถยนต์ล่วงหน้าไว้แล้ว และผู้เช่าเดินทางมาถึงสนามบิน พนักงานต้อนรับ ของบริษัท จะคอยดูแลด้วยการส่งข้อมูลของผู้เช่าไปยังเคาน์เตอร์ที่ให้บริการเช่ารถยนต์โดยผ่านเครือข่ายไร้สาย พนักงานจะแจ้งสถานที่รับรถยนต์ ผู้เช่าก็สามารถนำรถยนต์ไปใช้งานได้ ขั้นตอนในระบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าไร้สายซึ่งสามารถตรวจสอบบัตรเครดิต ประวัติการเช่ารถ การสะสมคะแนนกับสายการบิน และอื่นๆ

· การคืนรถยนต์อัตโนมัติ
บริษัทเฮิร์ตซ์เป็นผู้บุกเบิกวิธีการนี้ในปี ค.ศ. 1987 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาที่สามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของบริษัทด้วยเครือข่ายไร้สายอำนวยความสะดวกในกระบวนการคืนรถยนต์ เมื่อผู้เช่านำรถยนต์ไปจอดที่จุดคืนรถยนต์ พนักงานจะใช้คอมพิวเตอร์พกพาคำนวณค่าใช้จ่ายและพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน ผู้เช่าสามารถคืนรถยนต์ภายในเวลาอันรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องไปที่เคาน์เตอร์ให้บริการเช่ารถยนต์แต่อย่างใด

· บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในรถยนต์
เริ่มให้บริการตั้งแต่ ค.ศ. 1988 โดยบริษัทเฮิร์ตซ์เริ่มให้บริการเช่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ติดตั้งในรถยนต์ แน่นอนว่าในปัจจุบันถือว่าบริการดังกล่าวไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่ในปี ค.ศ. 1988นับเป็นวัตกรรมใหม่ที่มีการนำมาใช้งาน

· การตรวจสอบเส้นทางเดิน
รถยนต์บางคันจะมีระบบการระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียมที่เรียกว่า GPS ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้คำแนะนำในการตรวจสอบสถานที่เดินทาง แผนที่จะแสดงผลผ่านทางจอภาพประกอบเสียงโดยจะแสดงตำแหน่งที่ผู้ใช้งานอยู่ ณ ขณะนั้น รวมทั้งเส้นทางที่จะเดินทางไป นอกจากนี้ยังแสดงสารสนเทศเกี่ยวกับโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว

· บริการเสริมสำหรับลูกค้า
ลูกค้าของเฮิร์ตซ์สามารถดาวน์โหลดข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน แผนที่แหล่งช้อปปิ้ง ตลอดจนแสดงแผนที่ของร้านค้า โรงแรม และแหล่งบันเทิงต่างๆ ผ่านทางเครื่องพีดีเอและอุปกรณ์ไร้สายอื่นๆ และเป็นที่แน่นอนว่าลูกค้าสามารถที่จะตรวจสอบเส้นทางเดินทางไปยังแหล่งนั้นๆ ได้

· การตรวจสอบตำแหน่งของรถเช่า
เฮิร์ตซ์กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบระบบการตรวจสอบตำแหน่งของรถยนต์เช่า ระบบนี้ช่วยให้บริษัทตรวจสอบได้ว่ารถยนต์ที่ให้เช่านั้น ขณะนี้อยู่บริเวณใด ขับด้วยความเร็วเท่าใด ถึงแม้ว่าบริษัทจะแจ้งว่าสารสนเทศที่จัดเก็บนั้นนำมาใช้เพื่อให้ส่วนลดกับลูกค้า ในขณะที่บางคนมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ในขณะเดียวกันก็มีลูกค้าที่เห็นด้วยเนื่องจากรู้สึกว่ามีความปลอดภัยหากบริษัทจะสอดส่องความเคลื่อนไหวในการเดินทางตอลดเวลา

คำถาม
1. จาการประยุกต์ใช้เครือข่ายไร้สายของบริษัทเฮิร์ตซ์ที่ได้กล่าวข้างต้น แอปพลิเคชันที่ประยุกต์เพื่อใช้งานธุรกิจ ภายในองค์การมีอะไรบ้าง และแอปพลิเคชันใดบ้างที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ตอบ แอปพลิเคชันที่ประยุกต์เพื่อใช้งานธุรกิจภายในองค์การ ได้แก่ ไว-ไฟ (Wi-Fi) บลูทูธ และ GPs ส่วน แอปพลิเคชันที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ได้แก่ GPs และบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในรถยนต์
2. ประโยชน์อะไรบ้างที่เฮิร์ตซ์ได้รรับจากการตรวจสอบตำแหน่งของรถเช่า และในฐานะที่ท่านเป็นผู้เช่ารถ ท่านมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการดำเนินการในลักษณะนี้
ตอบ ประโยชน์ที่เฮิร์ตซ์ได้รับจากการตรวจสอบตำแหน่งของรถเช่า คือ เฮิร์ตซ์สามารถรู้ได้ว่าขณะนี้รถที่ให้เช่าอยู่ตรงไหน ในสถานะใด ถ้าหากถูกขโมยก็สามารถที่จะตามคืนได้และหากเกิดอุบัติเหตุในที่เปลี่ยวก็สามารถช่วยเหลือได้ และในฐานะที่เป็นผู้เช่ารถ ก็รู้สึกทำให้สะดวกสบาย และยังมั่นใจในความปลอดภัยของบริษัทที่มีให้กับผู้เช่าอีกด้วย

กรณีศึกษาที่ 2 : การใช้ RFID ในห่วงโซ่อุปทานของยา

ในอุตสาหกรรมยาของโลกก็มีปัญหาต่างๆ ไม่ต่างจากอุตสาหกรรมอื่นๆ จากสถิติพบว่าในโซ่อุปทานของเวชภัณฑ์ระหว่างประเทศนั้นอาจมียาปลอมมากถึง 7% ในแต่ละปีตลาดยาต้องมีค่าใช้ จ่ายสูงถึงสองพันล้านดอลล่าร์สำหรับยาที่ลันสต็อกและยาที่เก็บไว้จนหมดอายุ อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายในการเรียกยาคืน ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตเวชภัณฑ์ ผู้บริโภค ผู้ขนส่ง ตลอดจนผู้ค้าปลีก ดังนั้นจึงทำให้อุตสาหกรรมยาคิดที่จะนำเทคโนโลยี RFID มาช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบข้อมูลและประวัติของยาที่ผลิตและจำหน่าย เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยของยา เหตุผลที่อุตสาหกรรมยานำ RFID มาใช้พอสรุปได้ดังนี้

· ทำให้เห็นของในสต็อกได้ทั้งหมด รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
RFID สามารถตรวจจับยาได้ทุกภาชนะบรรจุไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ง่ายและรวดเร็วในการจัดส่ง ลดงานที่ต้องใช้มือทำ เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบการขนส่งและจัดจ่าย รวมทั้งเพิ่มโอกาสที่ร้านจำหน่ายยาจะมีสินค้าอย่างเพียงพอ

· สามารถควบคุมการสูญหายและปกป้องชื่อเสียงของยี่ห้อ
ความสามารถในการตรวจสอบที่มาที่ไปและจำนวนสินค้าได้ทุกจุดในโซ่อุปทานมีประโยชน์ในการลดการสูญหายของสต็อก RFID สามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าถูกส่งออกมาจากโรงงานใด ผู้ผลิตคือใครและราคาเดิมเท่าไร และสามารถปกป้องกันการนำสินค้าออกจำหน่ายในช่องทางจำหน่ายที่ไม่ได้รับอนุญาต

· ความปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์ยา การเรียกยาคืน และข้อกำหนดต่างๆ
RFID สามารถใช้ตรวจสอบยาปลอม รวมทั้งล็อตของยาและวันหมดอายุของแต่ละล็อต ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหารเรื่องการหมดอายุของยา อีกทั้งสามารถเก็บข้อมูลสายการผลิตของยาแต่ละล็อตของยาตามกฎหมายอีกด้วย การมีข้อมูลประวัติการผลิต ทำให้ RFID ช่วยลดระยะเวลาในการค้นหาสินค้าที่ต้องเรียกคืนได้เป็นอย่างมาก
คำถาม
1. ท่านคิดว่า RFID มีข้อได้เปรียบกว่าบาร์โค้ดอย่างไรบ้าง
ตอบ RFID สามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าอยู่ตรงไหน ทำให้มีประโยชน์ในการลดการสูญหายในสต็อก ป้องกันการขโมย ตรวจสอบได้ว่ามาจากโรงงานใด ใครคือผู้ผลิต และที่สำคัญยังสามารถใช้ตรวจสอบยาปลอม รวมทั้งล็อตของยาและวันหมดอายุของยาแต่ละล็อต
2. จงยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยี RFID ไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจต่างๆ มาอย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
ตอบ 1.บัตรทางด่วน
2. บัตรรถไฟฟ้าใต้ดิน
3. ระบบห้องสมุดดิจิทัล (e-Library) ในการยืมคืนอัตโนมัติ
3. ท่านคิดว่าข้อจำกัดของการนำ RFID ไปใช้ในงานธุรกิจมีอะไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ ช่วยอำนวยความสะดวก รวดเร็ว เกิดประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

วิเคราะห์ปัญหาไอทีกับธุรกิจ

คิดว่า บริษัทรักษาความปลอดภัย(ร.ป.ภ.) เพราะ บริษัทที่เคยจ้างพนังงาน ร.ป.ภ. หลายๆคน ก็อาจเปลี่ยนมาเป็นติดกล้องวงจรปิดแทน เพราะประสิทะภาพในการทำงานน่าจะดีกว่า เพราะกล้องวงจรปิดนั้นสามารถบันทึกการเคลื่อนไหวภายในบริษัทได้ถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งในขณะที่พนังงานอาจจะแอบหลับหรือจำเหตุการณ์ได้ไม่ทั้งหมด และการที่ใช้กล้องวงจรปิดอาจเสียงบประมาณน้อยกว่าที่จะจ้างพนักงานหลายๆคน ก็ได้ และนี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิด "ปัญหาคนว่างงาน"